เลือกแบบบ้านที่ต้องการ
Housekeeping techniques
เทคนิคการดูแลตกแต่งบ้าน
ตกแต่งปูพื้นภายนอกบ้าน
เรามักพูดกันเสมอว่าหน้าตาของบ้านเป็นอย่างไร หน้าตาเจ้าของบ้านก็เป็นอย่างนั้น เพร อ่านต่อ...
12 Tips for Small Kitchen ครัวเล็กแต่มากประโยชน์
เรื่องราวของการจัดและปรับรูปแบบ “ครัว” ขนาดไซน์พอเหมาะกับห้องชุด อ่านต่อ...
วิธีจัดบ้านให้เย็น
การจัดบ้านให้เย็นรับลมร้อน หน้าร้อนของเมืองไทยเป็นหัวข้อยอดนิยมตลอดกาล การจัดบ้า อ่านต่อ...
Housekeeping techniques.
แต่งบ้านไม่ให้ร้อน
แต่งบ้านไม่ให้ร้อน
จาก การ ออกแบบที่ต้องเริ่มตั้งแต่การวางตำแหน่งตัวบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางของสาย ลม แสงแดดและลมฝน การเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างประเภทที่สามารถลดการสะสมความร้อนถือได้ว่า เป็นวิธีการที่สามารถป้องกันความร้อนไว้ได้ตั้งแต่เริ่มการออกแบบ หรือ ยังไม่ลงมือก่อสร้างนั่นเองครับ ส่วนอาคารบ้านเรือนที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าว ไม่ได้แต่อย่างใด มีวิธีต่าง ๆ หลากหลายวิธี อาทิ เช่น การติดตั้งฉนวนกันความร้อน การต่อเติมสร้างแผงกันแดดให้กับตัวบ้าน เป็นต้น สำหรับท่านใดที่กำลังอยู่ในช่วงเตรียมการก่อสร้างแล้ว การวางทิศทางของบ้านถือว่าสำคัญมิใช่น้อย โดยเฉพาะด้านกว้างของบ้านตามหลักแล้ว ไม่ควรหันไปทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกเป็นอันขาด เพราะด้านทางทิศตะวันตกจะเป็นด้านที่ได้รับแสงแดดสาดส่องเข้ามาอย่างรุนแรง ที่สุด (หรือ ที่เรียกกันติดปากตามประสาช่างว่า แดดเลีย) เมื่อได้รับการสาดกระทบทุกวันบ้านของท่านก็ยิ่งร้อนมากขึ้น แล้วหันด้านยาวไปทางทิศเหนือ เพราะ ด้านนี้ จะได้รับการสาดกระทบของแสงแดดน้อยกว่า แล้วยังเป็นทิศที่ได้รับอิทธิพลลมมรสุมเขตร้อนชื้นพัดโกรกเข้าออกมากที่สุด และเมื่อมีลมพัดเข้ามามาก สิ่งสำคัญที่จะทำให้กระแสลมพัดพาความเย็นเข้ามาได้อย่างทั่วถึงก็คือ การทำช่องเจาะ เช่น หน้าต่าง ช่องลม เพื่อช่วยให้เกิดการระบายอากาศในบ้านของท่านมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าเมื่อมีช่องระบายอากาศให้ลมเข้าก็ต้องมีช่องระบายอากาศ ให้ลมออกด้วยนะครับ มิเช่นนั้นบรรยากาศแห่งวังวนของความอบอ้าวก็จะคงอยู่ในบ้านท่านตลอดไป
ส่วน การเลือกวัสดุในการก่อสร้างอาคารก็มีความสำคัญ เช่น การใช้ผนังที่สามารถต่อสู้กับความร้อน ซึ่งในท้องตลาดก็มีวัสดุหลายประเภทที่มีคุณสมบัติดังกล่าวนี้ วิธีการนี้จะช่วยลดการสะสมความร้อนที่พื้นผิวของอาคารได้ค่อนข้างดี เมื่อพื้นผิวของอาคารไม่ร้อน ผนังและตัวอาคาร รวมทั้งบรรยากาศภายในก็ไม่ร้อนเช่นกันครับ สุดท้ายขอฝากเป็นประเด็นหลักให้บรรดาคนรักบ้านได้เตรียมการป้องกันอาคารบ้าน เรือนความร้อน คือ ความร้อนจะทะลุทะลวงเข้ามาในอาคารบ้านเรือนของท่านได้ 3 ทางหลัก ๆ คือ ทางหลังคา,ทางผนังและทางช่องเปิด ปิดทวารทั้ง 3 ให้ได้ ปัญหาเรื่องบ้านร้อนก็น่าจะแก้ได้ไม่ยากครับ
ถ้าอยากให้ลมพัดผ่าน บ้านละก็…”หลักการง่ายๆ ให้ลมพัดผ่านอาคาร คือเมื่อมีช่องเปิดรับลมต้องมีช่องระบายให้ลมออก ฉะนั้นควรเจาะหน้าต่างอย่างน้อย 2 ด้าน ขึ้นไป ซึ่งจะยิ่งได้ผลดีหากหน้าต่างอยู่ตรงข้ามกันในแต่ละห้อง และถ้าหน้าต่างด้านลมออกมีขนาดใหญ่กว่าหน้าต่างด้านลมเข้า ลมที่พัดเข้ามาจะมีความเร็วมากกว่าความเร็วของลมภายนอกในขณะนั้น”
สีของบ้านก็มีผลเช่นกัน…”พื้นผิวอาคารภายนอก ทั้งผนังบ้านและวัสดุมุงหลังคา ควรเลือกใช้สีอ่อนเพื่อให้สะท้อนความร้อนได้ดี”
การ จัดวางตำแหน่งห้องครัว…”หาก มีส่วนของครัวไทย ซึ่งการปรุงอาหารก่อให้เกิดความร้อนสะสมมาก ควรแยกไม่ให้ ติดกับตัวบ้าน เพื่อลดความร้อนที่จะถ่ายเทเข้าสู่พื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรอยู่ใกล้กับห้องปรับอากาศ เพราะทำให้เครื่องปรับอากาศรับภาระในการทำความเย็นหนักขึ้น”
แน่นอน ว่าบ้านที่เย็นสบายต้องมีต้นไม้…”เพิ่ม พื้นที่สีเขียวรอบๆ บ้าน เช่น พื้นหญ้า หรือพื้นที่สวน ให้มีสัดส่วนมากกว่าพื้นแข็ง เพื่อช่วยลดอุณหภูมิรอบๆบ้าน และลดการสะท้อนรังสีความร้อนเข้าสู่บ้าน (อุณหภูมิอากาศผสมเหนือพื้นผิวคอนกรีตสูงกว่าอุณหภูมิผสมเหนือผิวหญ้า เปียก ถึง 7 องศาเซลเซียส)”
เรื่องน้ำก็สำคัญ…”ขุดสระน้ำใกล้กับตัว บ้าน เพื่อให้ไอเย็นจากน้ำช่วยลดอุณหภูมิของอากาศรอบๆ ตัวบ้านเมื่อลมพัดผ่านในบ้านจึงเย็นสบาย”
“ใช้ น้ำโดยไม่ต้องเปลืองไฟจากการใช้ปั๊มน้ำ โดยต่อท่อตรงแบบไม่ผ่านเครื่องปั๊มไปยังก๊อกน้ำบางจุด เช่น ก๊อกน้ำในสวน ลานซักล้าง หรืออ่างล้างจาน เพราะก๊อกที่อยู่ชั้นล่างยังมีแรงดันจากท่อประปา น้ำอาจไม่แรงเท่าใช้ปั๊ม แต่ก็ช่วยลดค่าไฟไปได้บ้าง”
ควบคุมแสงสว่างในบ้าน…”ลด การใช้ไฟโดยพยายามออกแบบให้ทุกส่วนของบ้าน ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องทำงาน ได้รับแสงธรรมชาติมากที่สุดเพื่อลดความจำเป็นในการเปิดไฟตอนกลางวัน”
และ ส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้า…”ใน ห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศไม่ควรมีบ่อน้ำ หรือน้ำพุ เพราะหลักการของเครื่องปรับอากาศคือการลดอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งการมีน้ำในห้องจะเพิ่มความชื้น ทำให้เครื่องปรับอากาศใช้พลังงานในการลดความชื้นมากกว่าปกติ”
“เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศควรปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นที่ก่อให้เกิดความร้อน เช่น โทรทัศน์ วิทยุ ตู้เย็น กาต้มน้ำไฟฟ้า เป็นต้น”
“อย่า วางตู้เย็นใกล้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ความร้อนหรือเตาไฟ ตำแหน่งที่ดีที่สุดของตู้เย็น คือ จุดที่เย็นที่สุดในห้อง และจุดที่มีแดดส่อง”… ฯลฯ
ไอเดียเหล่านี้ไม่ยากเลยใช่ไหมที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในบ้านเรา เพื่อช่วยกันลดอุณหภูมิโลก